กุ้งสะดุ้งไฟ

ส่วนผสมสำหรับทำกุ้งสะดุ้งไฟ

กุ้งแม่น้ำ ตัวใหญ่ 3 ขีด 3 ตัว
น้ำมะขามเปียก 6 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 6 ช้อนโต้ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทย 1 ช้อนโต้ะ
รากผัดชี 2 ต้น
เหล้า 2 ช้อนโต้ะ
ต้นหอมซอยหยาบๆ 1 ต้น
น้ำจิ้มซีฟู๊ด 1 ถ้วย ( วิธีทำน้ำจิ้มซีฟู๊ด )
วิธีทำกุ้งสะดุ้งไฟ

ทำความสะอาดกุ้งให้สะอาด จากนั้นฝ่าหลัง นำไม้ลูกชิ้นมาเสียบที่ตัวกุ้งเพื่อตามตัวกุ้งให้ตัวตรงไม่หดงอเวลาโดนความร้อนจากนั้นนำไปหมักกับเหล้า
ตั้งกระทะให้ร้อนจากนั้นนำกุ้งลงไปหัดในกระทะร้อนๆ ให้ระวังเพราะจะเกิดเปรวไฟสูงควรทำในที่โล่ง สะดุ้งไฟสักครู่ให้กุ้งสุก ก็นำออกมาพักใส่จาน เอาไม้ออกจากตัวกุ้ง จากนั้นนำไปจัดใส่จานเตรียมรับประทาน จากนั้นขั้นตอนต่อไปทำน้ำราดตัวกุ้ง
นำ น้ำมะขามเปียก น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส เกลือ และซีอิ้วดำ ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำไปเคี่ยวในหม้อความร้อนปานกลาง พอส่วนผสมง่วนได้ที่ก็ใส่รากผักชีและต้นหอมลงไปเคียวด้วย ได้น้ำซอสราดกุ้งแล้ว
เสริฟ กุ้งผัดสะดุ้งไฟ ราดด้วยซอส ทานคู่กับ น้ำจิ้มซีฟู๊ด ( วิธีทำน้ำจิ้มซีฟู๊ด )
เคล็ดลับการทำกุ้งสะดุ้งไฟ

กุ้ง ต้องเป็น กุ้งแม่น้ำ ตัวขนาด 3 ขีด จะได้ กุ้งตัวใหญ่ เนื้อเยอะ เมนูกุ้งผัดแบบสะดุ้งไฟ ต้องมีเนื้อมากๆ ถึงจะอร่อย
การนำกุ้งไปสะดุ้งไฟ ให้สะดุ้งพอสุก ไม่ต้องทอดให้นานไป ถ้ากุ้งสุกเกินไป เนื้อกุ้งจะแข็ง ความหวานของเนื้อกุ้งจะลดลง
สำหรับ กระเทียมในการผัดซอสนั้น ไม่ต้องบดให้ละเอียด สับให้ละเอียด แต่ยังเป็นชิ้นอยู่ เวลากินเนื้อกุ้งมีกระเทียมหอมๆ และน้ำซอส จะได้รสชาติที่อร่อยมาก
สำหรับ กุ้งผัดแบบสะดุ้งไฟ มีอีกสูตรที่นิยมทำ โดยสูตรนี้จะมีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก และเนย ด้วย เมนูอาหาร สำหรับคนที่หลงไหลในกุ้งแม่น้ำ มีส่วนผสม ประกอบด้วย กุ้งแม่น้ำ น้ำมันมะกอก พริกชี้ฟ้า เนยจืด ผงกระเทียม น้ำพริกเผา พริกไทย ซอสเทริยากิ มะนาว กระเทียมเจียว สาระแหน่ ต้นหอมซอย

วิธีทำกุ้งสะดุ้งไฟ สูตรน้ำมันมะกอก เนยสด โดย เตรียมตัวกุ้ง เอาน้ำมันมะกอกมาทาตัวกุ้ง นำไปอบในตู้ไมโครเวฟประมาณ 1 นาที จากนั้น เตรียมน้ำซอส โดย ผสม น้ำพริกเผา ผงกระทียมและ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ลงไปในตัวกุ้ง
โรยพริกไทย นำเข้าอบในตู้ไมโครเวฟอีก 1 นาที ตกแต่งจาน ด้วยใบสะระแหน่ พริกชี้ฟ้า บีบน้ำมะนาว โรยกระเทียมเจียว

ผัดไทยกุ้งสด

ส่วนผสมสำหรับทำผัดไทยกุ้งสด

กุ้งขาว 5 ตัว (ขนาดและปริมาณตามใจชอบ)
เส้นกลาง 1 กำมือ (เส้นจันทร์)
ถั่งงอก 1 จาน
หอมแดง ซอยบางๆ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต้ะ
ซอสน้ำมันหอย 3 ช้อนโต้ะ
น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต้ะ
ถั่วลิสงคั่วบด 1 ช้อนโต้ะ
พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ
เต้าหู้แผ่นเหลือง หั่นลูกเต๋าขนาดพอดีคำ 2 ช้อนโต้ะ
หัวไชโป้ว 1 ช้อนโต้ะ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ใบกุยฉ่าย หั่นเป็นท่อน 2 ช้อนโต้ะ
ผักสดสำหรับกินกับผัดไทย เช่น ถั่วงอก หัวปลี ต้นหอม และ มะนาวสด
วิธีทำผัดไทยกุ้งสด

เริ่มจากการเตรียมซอสผัดไทย ก่อน โดยการผสม ซอสหอยนางรม น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาและน้ำมะขามเปียก ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน
ล้างกุ้งให้สะอาด นำมาแกะเปลือก ผ่าเส้นที่หลังออก และนำไปลวกในน้ำร้อนจัด และนำเอามาพักเอาไว้ก่อน
เริ่มจากการใส่น้ำมัน 2 ชั้นโต้ะ ใส่หอมแดงและหัวไชโป้วลงไปผัด ให้หอมแดงเริ่มหอม ก็ใส่เส้นลงไปผัด เติมน้ำลงไปนิดหน่อยให้สามารถผัดเส้นให้สุกได้
จากนั้นใส่ซอสผัดไทยลงไป 2 ช้อนโต้ะต่อ 1 จาน ผัดให้เส้นเข้ากัยซอส
เมื่อเส้นเริ่มนุ่ม ให้ใส่ เต้าหู้ ใบกุยฉ่ายและถั่วงอกลงไปผัด ผัดต่อไปเรื่อยๆ จากนั้นให้ขยับส่วนของเส้นไว้ด้านข้างกระทะให้เหลือตรงกลางเอาไว้ เพื่อจะทอดไข่
ใส่น้ำมันตรงกลางกระทะ ตอกไข่ลงไป เกรี่ยให้ไข่เป็นแผ่นจากเมื่อไข่สุก ให้นำมาผัดให้เข้ากับเส้นที่เราผัดเอาไว้แล้ว ปิดไฟ
เสริฟใส่จาน โรยหน้าด้วย กุ้งลวก ถั่วลิสงคั่ว พริกป่น มะนาว และทานคู่กับผักอย่าง ถั่วงอก ต้นหอม และ หัวปลี
เคล็ดลับการทำผัดไทยกุ้งสด

การเลือกใช้เส้น สำหรับ เมนูผัดไทย ต้องเลือกใช้เส้นจันทร์ เป็นเส้นกลาง จะมีขนาดใหญ่กว่าเส้นเล็ก เส้นจากจันทบุรีมีคุณสมบัติเด่น คือ ความเหนียวนุ่ม ไม่เละ
เคล็ดลับความอร่อยของผัดไทย คือ น้ำซอสปรุงรส ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลปี๊บและน้ำมะขามเปียก ให้ปรุงน้ำซอสเอาไว้ก่อนได้เวลาผัดจะได้เข้าเส้นเร็วและรสชาติเสมอกัน
การเลือกถั่วงอก ให้เลือกถั่วงองที่มีลักษณะขาวอวบ ซึ่งจะมีความกรอบหวานอร่อยน่ารับประทาน
กุ้งแห้ง จะใส่ก็ได้ หรือ ไม่ใส่ก็ได้ แต่หากจะใส่กุ้งแห้ง ให้เลือกใช้กุ้งแห้งเกรดเอจากเยาวราช เป็นกุ้งแห้งตัวใหญ่ โดยให้ล้างให้สะอาด เอาสีและสิ่งสกปรกออกจากกุ้งก่อน และนำมาอบให้แห้งอีกครั้งหนึ่งจึงได้กุ้งแห้งที่น่ากิน
กุ้งสด สำหรับนำมาทำผัดไทย ให้เลือกกุ้งขนาดพอดี หรือ ตามใจชอบ แต่ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ต้องเลือกกุ้งที่สดๆ ใหม่ โดยให้สังเกตุ กุ้งต้องมีความสมบูรณ์ หัวไม่หลุก เปลือกไม่ลอก เนื้อกุ้งแน่น ไม่มีกลิ่นเน่า เมื่อได้กุ้งมาแล้วให้ล้างให้สะอาด เกะเปลือก ผ่าหลังออก และนำเอาไปลวก นำมาทานคู่กับผัดไทย

ลาบเนื้อทอด

ส่วนผสมสำหรับทำลาบเนื้อทอด

เนื้อวัวสับ 1 ถ้วย
ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต้ะ
ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต้ะ
หอมแดงซอย 1 ช้อนโต้ะ
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต้ะ
พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
ไข่ขาว 1 ฟอง
แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
น้ำมันสำหรับทอด
ขั้นตอนการทำลาบเนื้อทอด

นำเนื้อวัวสับใส่ถ้วยผสมอาหาร ใส่ส่วนผสม ผักชีฝรั่ง ใบมะกรูดซอย และหอมแดงซอย ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน
ปรุงรสด้วย ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา น้ำมะนาว และ ไข่ขาว นำมาปั้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำ โดยเทคนิคการปั้นให้ปั้นแบนหน่อย อย่าให้หนามาก เนื่องจากอาจทำให้เนื้อไหม้ก่อนที่จะสุกถึงด้านใน
นำเนื้อที่ปั้นแล้วมาคลุกด้วยแป้งเอนกประสงค์ และนำไปทอด
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน โดยที่ไฟปานกลาง จากนั้นนำเนื้อที่ปั้นลงไปทอด ให้เหลืองสุก
นำมาพักสะเด็ดน้ำมัน เสริฟใช่จาน จัดหน้าจานให้สวยงาม ด้วยผักกาดหอม แตงกวา และ ผักต่างๆตามใจชอบ
เคล็ดลับการทำลาบเนื้อทอด

เนื้อวัว ให้เลือกใช้เนื้อวัวส่วนสะโพก และ ต้องเลือกเนื้อที่สดใหม่ การสังเกตุเนื้อวัว ว่าสดใหม่ นั้น สังเกตุจากสีของเนื้อวัว มีสีแดงสด ไม่มีสีคล้ำ เนื้อแน่น เด้ง ไม่มีกลิ่นเน่า
ใบมะกรูด ให้เอาส่วนของแกนใบออก เนื่องจากเป้นส่วนที่มีรสขม ทำให้เสียรสชาติของอาหาร ให้ฉีกใบมะกรูดและซอยเป็นเส้นบางๆ
หอมแดงให้ซอยเล็กๆ ไม่ให้มีขนาดหนาเดินไป เนื่องจากเวลานำมาทำอาหารกลิ่นของหอมแดงจะมากเกินไป โดย เทคนิคการลดกลิ่นของหอมแดง คือ นำหอมแดงไปลวกน้ำก่อน จะทำให้หอมแดงคลายกลิ่น และรสหวานมากขึ้น
ผักชีฝรั่ง นั้น ให้เลือกผักชีสดๆ ไม่เลือกใบที่แก่เกินไป ซอยให้มีขาดเล็กๆ ให้น่ารับประทาน
ข้าวคั่ว ต้องเลือกข้าวคั่วที่ใหม่ เนื่องจากข้าวคั่วใหม่จะมีกลิ่นหอม โดยเทคนิคการทำข้าวคั่ว ให้ เอาข้าวเหนียว มาคั่วกับตะไคร้และใบมะกรูด นำมาคั่วให้หอมและโขรกผสมกันทั้งหมด
น้ำมันที่ใช้ในการทอด ให้เลือกใช้น้ำมันใหม่ เทคนิคการทอดให้เลือกใช้ไฟปานกลาง น้ำมันร้อน จะช่วยให้น้ำมันไม่อมเนื้อทอด และ เนื้อสุกพอดีถึงด้านใน
ไข่ขาวจะเป็น ส่วนสำคัญของลาบทอด จะเป็นส่วนที่ทำให้เนื้อจับตัวเป็นก้อนไม่แยกจากกัน

ไก่ย่างเขาสวนกวาง

ส่วนผสมสำหรับทำไก่ย่างเขาสวนกวาง

ไก่บ้าน ไก่สาวขนาด 7 ขีด
ขิง 1 ขีด
กระเทียม 1 ขีด
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ
ซอสดำ 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยเม็ดป่น 2 ช้อนโต้ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บสำหรับน้ำจิ้ม 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมะนามเปียก 1 ช้อนโต้ะ
พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต้ะ
วิธีทำไก่ย่างเขาสวนกวาง

เริ่มจากหมักไก่ โดย เอาขิงและกระเทียมบดละเอียด ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ เกลือ ซอสปรุงรส ซอสดำ พริกไทยป่น ผสมให้น้ำหมักละลายเข้ากัน จากนั้นนำเนื้อไก่ลงไปคลุกหมักให้ทั่วเข้าเนื้อไก่ หมักทิ้งไว้ 1 คืน
เตรียมน้ำจิ้ม โดย ผสม น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก พริกป่น และ ซีอิ้วขาว นำไปเคี้ยวให้ละลายเข้ากัน พักให้เย็นก้จะได้ น้ำจิ้มสูตรมะขามเปียก หวานอมเปรี้ยว อร่อยๆ
เริ่มการย่างไก่ ด้วย การเตรียมไฟ ให้ความร้อนปานกลาง ถ่านไฟที่ใช้ย่างไก่ ไม่ต้องอยู่ใกล้ไก่มาก เพราะความร้อนจะทำให้หนังไก่ไหม้ก่อน
นำไก่ลงไปย่างบนตะแกรง กลับด้านไก่ ทุกๆ 2 นาที และทาน้ำมันพืชที่หนังไก่ทุกครั้งที่กลับไก่ ใช้เวลาย่าง 45 นาที หากได้ความร้อนที่เหมาะสม
เมื่อได้ไก่ย่างที่สุกพร้อมแล้ว สับเนื้อไก่ใส่จาน เสริฟคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด เหมาะสำหรับกินกับข้าวเหนียว ส้มตำ ต้มแซ่บ
เคล็ดลับการทำไก่ย่างเขาสวนกวาง

ไก่สำหรับนำมาทำไก่ย่าง ใช้ไก่ขนาด 7 ขีด ขนาดของไก่ไม่เล็ก และ ไม่ใหญ่เกินไป ขนาดพอดีกิน โดยให้เลือกไก่ที่สดใหม่ เทคนิคการเลือกไก่ คือ ต้องไก้สีของไก่เหลือง ขาว เนื้อแน่น หนังตึง ไม่มีสีคล้ำ และ ไม่มีกลิ่นเน่า
ไก่ที่ได้มาต้องล้างให้สะอาด อย่าให้มีเลือดเหลือ และ ขนที่ตัวไก่เหลือ จะทำให้อาหารไม่อร่อย
ไฟสำหรับการย่างไก่ เป็นสิ่งที่ยากสำหรับเมนูนี้ ความร้อนที่เหมาะสมต้องเป็นไฟปานกลาง และ เทคนิคการย่าง คือ ต้องกลับไก่ทุก 2 นาที อย่าทิ้งไว้นานเกินไป ไก่ย่างจะไม่สุกพร้อมกันทั้ง 2 ด้าน
การหมักไก่ ส่วนผสมสำคัญ ต้องทิ้งเวลาหมักให้เข้าเนื้อ แต่หมักนานเกินไปไม่ได้ เพราะ กระเทียมที่ใช้ในการหมักไก่ จะเปลี่ยนรสชาติเป็นรสเปรี้ยว
การทำให้ไก่ย่าง หนังกรอบ คือ การใช้น้ำมันพืชทาที่หนังไก่ ความร้อนของน้ำมันพืช จะช่วยให้หนังไก่กรอบ เหมือนการถูกทอดด้วยน้ำมัน

ไก่ผัดขิง

ส่วนผสมสำหรับทำไก่ผัดขิง

เนื้ออกไก่ หั่นชิ้นขนาดพอดีคำ 1 จาน
ขิงอ่อน นำมาหั่นเป็นเส้นลักษณะฝอย 1/2 จาน
เห็ดหูหนู นำมาหั่นเป็นเส้น 1/2 จาน
เต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ซอสถั่วเปลือง 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
พริกชี้ฟ้า หั่นเฉียง 3 เม็ด
หอมหัวใหญ่ ซอย 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสดบด 1 ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ
ต้นหอมหั่นเป็นท่อน 1 ต้น
วิธีทำไก่ผัดขิง

เม่ื่อเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงพร้อมแล้ว เริ่มต้นโดย ตั้งกะทะน้ำมันให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง
นำกระเทียมลงไปผัดพอให้เหลืองหอม จึงนำเนื้อไก่ลงไปผัด พอสังเกตุเห็นเนื้อไก่ เริ่มขาวสุกประมาณ 70 % ให้ปรุงรสชาติโดย
ใส่ เต้าเจี้ยวบด ซอสถั่วเหลือง ซอสน้ำมันหอย และน้ำตาล ผัดให้ซอสเข้ากับเนื้อไก่
จากนั้นจึงใส่ เห็ดหูหนู หอมหัวใหญ่ พริกชี้ฟ้า ลงไปผัด พอผักเริ่มสุก ก็ปิดไฟและใส่ต้นหอมลงไปผัดขั้นตอนสุดท้าย
เสริฟอาหารใส่จาน พร้อมรับประทานได้
เคล็ดลับการทำไก่ผัดขิง

เนื้อไก่ ให้เลือกใช้เนื้อไก่ส่วนอกไก่ เนื้อจะมีมันน้อยและเป็นชิ้นสวย โดยเทคนิคการเลือกซื้อไก่ ให้ดูที่สีของเนื้อไก่ต้องเป็นสีชมพู ลักษณะของเนื้อแน่น เด้ง ไม่มีสีคล้ำและไม่มีกลิ่นเน่า
การผัด สำหรับเมนูนี้ ให้ผัดกระเทียมลงไปก่อน ความหอมของกระเทียมจะทำให้น้ำมันมีความหอม เวลาเอาอาหารลงไปผัดจะให้กลิ่นที่น่ากิน
การผัดเนื้อไก่ ให้ผัดให้สุกพอดี หากสุกเกินไปจะทำให้เนื้อไก่แข็ง โดยสังเกตุเทคนิคการผัดคือ ให้ผัดให้ไก่สุกประมาณ 70% จึงปรุงรสและใส่ผักลงไป เมื่อผักสุก ไก่ก็จะสุกพอดี
ขิง สำหรับการผัดขิง เมื่อขิงโดนความร้อนจะคลายกลิ่นและรสเผ็ด ขิงจึงไม่ต้องผัดนานมากจนเหี่ยว เพื่อรักษารสชาติของขิง
ต้นหอม ให้ใส่ขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากต้นหอมเหี่ยวง่าย แค่สะตุ้งความร้อนก็เพียงพอสำหรับต้นหอม
พริก สำหรับเมนูนี้ สำหรับเมนูนี้ ไม่เน้นรสเผ็ด การใส่พริกลงไปเพื่อเพิ่มสีสันให้กับอาหาร จึงเลือกใช้พริกชี้ฟ้า หั่นแบบเฉียงๆ ยาวๆ
เห็ดหูหนู สำหรับเมนูนี้ เห็ดหนูหนูให้เลือกใช้เห็ดหนูหนูสด จะมีความนุ่มอร่อย หากใช้เห็ดหูหนูแห้ง จะกรอบไป หรือ หากจะนำมาทำต้องแช่น้ำให้ เห็ดอิ่มน้ำมากๆ
เต้าเจี้ยว ให้เลือกใช้เต้าเจี้ยวบดอย่างดี จะให้กลิ่นและรสชาติที่อร่อยและแตกต่างจากทุกคน
สำหรับเนื้อไก่ หากไม่ชอบเนื้อส่วนอกไก่ สามารถเปลี่ยนตามใจชอบได้ หรือ หากไม่ชอบเนื้อไก่เลย ก็เปลี่ยนเป็น เนื้อหมู เนื้อกุ้ง เนื้อวัว แทนได้

ผัดกระเพราไก่

ส่วนผสมสำหรับทำผัดกระเพราไก่

  • เนื้อไก่สดสับเป็นชิ้นขนาดพอดี 1 จาน
  • กระเทียมสดบด 1 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูสวนบด 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกหยวก หั่นเฉียงๆ 1 ผล
  • ถั่วฝักยาวซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
  • ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ใบกะเพรา 1 หยิบมือ
  • แตงกวา สำหรับทานคู่กับผัดกระเพรา

วิธีทำผัดกระเพราไก่

  1. การทำผัดกระเพราให้เตรียมเครื่องเอาไว้ให้พร้อม ที่มี เนื้อไก่ พริก กระเทียม ใบกระเพรา และ เครื่องปรุงที่มี น้ำตาล ซอสน้ำมันหอย ซอสปรุงรส และ ซอสถั่วเหลือง เอาไว้ก่อน เนื่องจากการปรุงรสให้ทำเร็วๆ
  2. เริ่มจากการตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไป ใส่กระเทียมและพริกสดลงไปผัด ให้หอมก่อน
  3. จากนั้นใส่เนื้อไก่ลงไปผัด พร้อมกับ ถั่วฝักยาวและพริกหยวก
  4. ปรุงรสด้วย น้ำตาล ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส และ ซอสถั่วเหลือง ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่น้ำลงไปนิดหน่อยไม่ให้ซอสแห้งเกินไป
  5. ใส่ใบกระเพราลงไปผัด ให้หอม ปิดไฟ เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน จัดจานให้สวยงามด้วยแตงกวา และ ทานคู่กับพริกน้ำปลา

เคล็ดลับการทำผัดกะเพราไก่

  • การเลือกใบกะเพรา ให้ใช้ใบกะเพราแดง เป็นกะเพราท้องถิ่น ใบเล็กแต่กลิ่นหอม เวลาผัดกระเพรา จะทำให้รสชาติของใบกะเพรา
  • การเลือกเนื้อไก่ ให้เลือกใช้เนื้อไก่ที่สดๆ ใหม่ โดยจะสับหรือหั่นเป็นชิ้นก็ได้
  • การผัดเนื้อไก่ เนื่องจากเนื้อไก่สุกง่าย แต่ให้ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดกับน้ำมันให้สุกก่อน ค่อยปรุงรส หากใส่เนื้อไก่ทีหลัง เนื้อไก่อาจสุกช้า ซอสที่ปรุงรสผัดกระเพราอาจแห้งก่อน
  • ผัดกระเพราะ โดยปรกติจะใส่แต่ใบกระเพราะและปรุงรสธรรมดา แต่สามารถใส่ผักต่างๆได้ตามใจชอบ เช่น ถั่วฝักยาว หอมหัวใหญ่ พริกหยวก ได้
  • หากอยากเพิ่มความอร่อยของเมนูผัดกระเพรา ให้นำใบกระเพราไปทอดกรอบ โรยหน้าจาน จะได้ความอร่อยอีกมิติ เทคนิคการทอดใบกระเพรา ให้ล้างใบกระเพราให้สะอาด ทิ้งให้แห้งสะเด็ดน้ำก่อน นำใบกระเพราไปทอดในน้ำมันให้กรอบ

เป็ดตุ๋นพะดล้ยอดผัก

ส่วนผสมสำหรับทำเป็ดตุ๋นพะดล้ยอดผัก

เป็ดเชอร์รี่ 1 ตัว
ยอดผักคะน้า 4-5 ต้น
ซอสดำ 5 ช้อนโต้ะ (สำหรับหมักเป็ด)
ซอสปรุงรส 5 ช้อนโต้ะ
ซอสน้ำมันหอย 5 ช้อนโต้ะ
ซอสดำ 5 ช้อนโต้ะ สำหรับปรุงรสพะโล้
รากผักชี 4-5 ต้น
กระเทียม 10-20 กลีบ
พริกไทยเม็ด 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลกรวด 2 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนโต้ะ
โปยกั๊ก 1 ช้อนโต้ะ
อบเชย 2 ท่อน
แป้งมันผสมน้ำ 2 ช้อนโต้ะ
น้ำเปล่า 10 ลิตร
น้ำมันพืชสำหรับทอด
วิธีทำเป็ดตุ๋นพะโล้ยอดผัก

ล้างเป็ดให้สะอาด เอาเครื่องในออกให้หมดจากนั้น นำมาหมักด้วยซอสดำ หมักทิ้งไว้ 5 นาที
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นนำเป็ดลงไปทอด ให้หนังเป็ดตึง จากนั้นนำเป็ดออกมาพักไว้ก่อน
ตั้งหม้อต้ม จากนั้น ใส่ โปยกั๊ก อบเชย รากผักชี พริกไทยและกระเทียม ต้มให้เครื่องเทศหอม
จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำตาลกรวด ซอสดำ ซอสปรุงรส ซอสน้ำมันหอย และ พริกไทยป่น ต้มให้ส่วนผสมเข้ากัน
จากนั้นนำเป็ดลงไปตุ๋น ใช้เวลาตุ๋น 4-6 ชั่วโมง
เตรียมซอสโดย นำน้ำจากการตุ๋นเป็ดลงไปผัดให้เดือด จากนั้นใส่แป้งมันผสมน้ำลงไปผัด ให้เหนียวก็พักเอาไว้ก่อน
นำยอดผักคะน้าลงไปผัดในกระทะน้ำมัน ให้สีเขียวมันเงา
นำเป็ดตุ่นจัดใส่จาน จัดหน้าด้วยยอดผักคะน้าผัด และ ราดด้วยน้ำซอสเหนียวๆ เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้นพร้อมรับประทาน
เคล็ดลับการทำเป็ดตุ๋นพะโล้ยอดผัก

เป็ดให้เลือกเป็ดตัวผู้ อายุ 4-5 เดือน เป็นเป็ดอ่อน จะมีเนื้ิอนุ่มและความเหม็นสาบของเป็ดตัวผู้น้อยกว่าเป็ดตัวเมีย
การผัดซอสให้ใช้ไฟแรง และผัดแป้งเร็วๆ เพื่อไม่ให้ซอสเป็นก้อนแป้ง
การตุ๋นเป็ด ต้องใช้ไฟแรง เวลาตุ๋น 4-6 ชั่วโมง จึงจะได้เป็ดที่เนื้อนุ่ม อร่อยที่สุด
การทอดเป็ดให้หนังเป็ดตึงก่อน จะทำให้หนังเป็ดไม่เละเวลานำมาตุ๋น เทคนิคนี้ใช้เทคนิคเดียวกันกับการทำขาหมูพะโล้ จะได้หนังเหนียวนุ่มอร่อย
สำหรับซอสดำ สามารถใช้น้ำตาลคั่วให้เป็นสีน้ำตาลแทนได้ จะได้รสชาติที่อร่อยแบบธรรมชาติด้วย
ผักคะน้า ให้เลือกยอดอ่อน นำมาผัดในกระร้อนๆ จะได้ผักที่กรอบอร่อบ ความหวานของผักคะน้าไม่หายไป

หมูตุ๋นพริกไทยดำ

ส่วนผสมสำหรับทำกระเพาะหมูตุ๋นพริกไทยดำ

เห็ดหอมแห้ง 4 – 5 ดอก โดยแช่น้ำให้นุ่มและหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
กระเพราะหมู 1 ก้อนประมาณ 2 ขีด
พริกไทยดำ 3 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 4 ช้อนโต้ะ
คื่นฉ่าย 2 ต้น
ไข่นกกระทา 4-5 ฟอง
ผักชี สำหรับโรยหน้า
น้ำซุป 4 ถ้วย
วิธีทำกระเพาะหมูตุ๋นพริกไทยดำ

เริ่มต้นจากการเตรียมกระเพาะหมูก่อน โดยล้างกระเพาะหมู ให้สะอาด โดยกลับเอาด้านในออก ตั้งกระทะให้ร้อน เอากระเพาะหมูลงไปนาบให้ทั่ว และขูดผิวโดยรอบแล้วล้างให้สะอาด จากนั้นนำ พริกไทยดำ ใส่เข้าไปในกระเพาะหมู และมัดให้แน่นด้วยด้าย ผูกไว้เป็นก้อนๆ เพื่อไม่ให้พริกไทยไหลออกกระเพาะหมู การทำเช่นนี้จะทำให้พริกไทยดำให้รสชาติของกระเพาะหมูที่ถึงเครื่อง
จากนั้นเตรียมหม้อตุ๋น โดยให้ใส่ กระเพาะหมู น้ำซุป ซอสปรุงรส และต้มประมาณ 1 ชั่วโมง ต้มจนกระเพาะหมูเปื่อย สังเกตุโดยให้สัมผัสผิวของหมูดู
เมื่อกระเพาหมูเริ่มได้ที่ ให้เอากระเพาหมูออก และ นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้นใส่กลับลงไปหม้อตุ๋น ใส่เห็ดหอมลงไปต้ม
เสริฟกระเพาะหมูตู๋น โรยหน้าด้วย ผักชี คื่นฉ่าย และ ไข่นกกระทาต้ม ทานกับข้าวสวยร้อนๆแสนอร่อย
เคล็ดลับการทำกระเพาะหมูตุ๋นพริกไทยดำ

สำหรับกระเพาะหมู การเตรียมกระเพาะหมู ให้ล้างให้สะอาด โดยเทคนิคสำคัญของการทำเมนูเครื่องในอย่างกระเพาะหมู คือ การล้างต้องล้างให้สะอาด ต้องล้างให้สะอาดโดยใช้สารส้มขัดให้กระเพาะหมูสะอาด ล้างจนกระเพาะหมูไม่มีคราบไขมัน ให้นำไปต้มให้สุก และ นำไปขูดให้มันออก เวลานำมาทำจะไม่คาว
เทคนิคการตุ๋นพริกไทยดำ ให้ใช้พริกไทยดำ การนำพริกไทยดำมาตุ๋น ให้นำเม็ดพริกไทยแช่น้ำก่อน ตัดเอาเม็ดที่ลอยออก เนื่องจากเม็ดที่ลอยจะทำให้มีกลิ่นหืน
การตุ๋นกระเพาะหมู ให้นำเม็ดพริกไทยยัดไส้ในและด้ายมัดให้แน่น ความหอมของพริกไทยดำจะช่วยดับคาวของกระเพาะหมู
น้ำซุป สำหรับนำมาตุ๋นต้อง ใช้น้ำซุปกระดูกหมู จะทำให้น้ำซุปหอมกลมกล่อม
เห็ดหอมแห้ง ให้นำไปแช่น้ำให้อิ่มน้ำก่อน จากนั้นล้างให้สะอาด ก่อนนำมาหั่น

ซี่โครงหมูทอดสามรส

ส่วนผสมสำหรับทำซี่โครงหมูทอดสามรส

ซี่โครงหมู เลือกขนาดกว้างประมาณ 2 นิ้ว 1 แถว
เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับหมักหมู
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา สำหรับหมักหมู
แป้งสาลี 2 ช้อนโต้ะ สำหรับหมักหมู
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ สำหรับหมักหมู
กระเทียมบด 3 ช้อนโต้ะ
น้ำสับปะรด 3 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต้ะ
ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
สับปะรดหั่นชิ้น 5 ช้อนโต้ะ
พริกหั่นเป็นฝอย 2 ช้อนโต้ะ
ผักสด เช่น แครอท บ๊อคโลรี่ กะหล่ำปลี เป็นต้น
น้ำมันพืช 2 ถ้วย
วิธีทำซี่โครงหมูทอดสามรส

เริ่มจากการหมักซี่โครงหมูก่อน หั่นซี่โครงหมูเป็นท่อนๆ ขนาดพอดีคำ หมักด้วย เกลือป่น พริกไทยป่น ซอสปรุงรส และ แป้งสาลี นวดให้ส่วนผสมเข้ากับกระดูกซี่โครงหมู และ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที
ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อนจากนั้นใส่กระเทียมบดลงไปผัด ให้กระเทียมหอม เหลือง จากนั้นใส่ซี่โครงหมูลงไปผัด ผัดให้ซี่โครงหมูสุก
จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำสับปะรด น้ำตาลปี๊บ น้ำส้มสายชู และ ซีอิ๊วขาว ผัดให้ส่วนผสมละลายเป็นเนื้อเดยวกัน ผัดไปเรื่อยๆจนซอสเริ่มแห้งก็ปิดไฟ เสริฟใส่จาน และแต่งหน้าจานให้สวยงามด้วย ผักสด สับปะรด และ พริกหั่นฝอย
เคล็ดลับการทำซี่โครงหมูทอดสามรส

ซี่โครงหมู ให้เลือกใช้ส่วนซี่โครงกระดูกหมูอ่อน ให้เลือกซื้อกระดูกซี่โครงที่สด ใหม่ จะได้เนื้อหมูที่อร่อย
การหมักหมูให้หมักให้นานประมาณสัก 3 ชั่วโมง ให้เนื้อหมูเข้าเนื้อ
ก่อนผัดกระดูกซี่โครง ให้ใส่กระเทียมลงไปผัดก่อน ความหอมของกระเทียมจะออกมากับน้ำมันทำให้ซี่โครงหมูมีความหอมของกระเทียม
สับประรด ให้เลือกใช้สับปะรดศรีราชา จะได้รสชาติหวานอมเปรี้ยว
น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บจะให้รสชาติที่กลมกล่อม

หมูโสร่ง

ส่วนผสมสำหรับทำหมูโสร่ง

หมูบะช่อ 2 ขีด
หมูสับ 1 ขีด
มันหมูบด 1 ขีด
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เส้นบะหมี่ 2 ก้อน
รากผักชี 2 ราก
กระเทียม 4 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำจิ้มอาจาด
แตงกวา 1 ลูกหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
พริกหนุ่มซอย 3 เม็ด
หอมแดงซอย 1 ลูก
ถั่วลิงสงคั่ว 2 ช้อนโต้ะ
น้ำจิ้มไก่
น้ำมันพืชสำหรับทอด
วิธีทำหมูโสร่ง

เตรียมครก นำ รากผักชี กระเทียม และ พริกไทย โขรกให้ละเอียด
เริ่มหมักหมู โดย นำ หมูบะช่อ หมูสับ และ มันหมูบด ผสมให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส รากผักชี กระเทียม และ พริกไทย ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน
ตอกไข่ไก่ลงในเนื้อหมู 1 ฟองนวดผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน นำไปหมักในตู้เย็น ให้เนื้อหมูเซ็ตตัวประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้นนำเนื้อหมูมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ และใช้เส้นบะหมี่มาพันให้รอบๆ ให้เป็นก้อน ทำจนหมดหรือตามที่ต้องการ
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ลดไฟลงให้ได้ขนาดไฟอ่อน จากนั้นนำหมูโสร่งลงไปทอด ใช้ไปอ่อน ทอดปเรื่อยๆจนหมูสุกและบะหมี่กรอบพอดี
นำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน จักใส่จาน ทานกับน้ำจิ้มอาจาด แตงกวา พริก และถั่วลิสงค์ หรือ น้ำจิ้มไก่
เคล็ดลับการทำหมูโสร่ง

ไข่ไก่ จะเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้เนื้อหมูจับตัวเป็นก้อน เวลานำมาทอดไม่แตกตัว
น้ำมัน ต้องเลืิอกใช้น้ำมันใหม่ ใช้น้ำมันร้อน ไฟอ่อน ค่อยๆทอด ให้หมูและเส้นบะหมี่สุกพร้อมกัน ได้เนื้อหมูนุ่มเส้นบะหมี่กรอบอร่อย
เนื้อหมูต้องผสมกัน ระหว่างหมูสับและมันหมู เพื่มความเนียนของเนื้อหมูด้วยการใช้หมูบะช่อด้วย จะได้เนื้อหมูที่นุ่มเด่งอร่อย
เนื้อหมู ต้องเลือกใช้หมูสดๆ จะได้อาหารรสชาติที่อร่อยที่สุด
เพื่อป้องกันปัญหาการทอดหมูไม่สุก สามารถนำหมูมาปั้นเป็นก้อนและนึ่งให้สุกก่อน จึงนำมาพันเส้นบะหมี่ก็จะได้เส้นบะหมี่ที่กรอบง่ายกว่า การที่ทอดหมูดิบๆ
การทอดเพื่อไม่ให้หมูโสร่งอมน้ำมัน ต้องทอดขณ