ค้นปืนเถื่อน พบยาบ้าซุกบ้านกว่าหมื่นเม็ด

โจ๋วัย 16 ปี ทะเลาะวิวาทใช้ปืนเถื่อนยิงคู่อริ เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นบ้าน กลับพบยาบ้าซุกกว่า 11,000 เม็ด
บ่ายวันที่ 21 ก.ค.2560 เวลา 13.30 น. พันตำรวจเอก ภิญโญ สุทธิสาร ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย, นายสุรชาติ แก้วศิลา นายอำเภออุทุมพรพิสัย และร้อยเอก เดชฤทธิ์ ศรีโท หัวหน้าชุด รักษาความสงบเขตพื้นที่ศรีสะเกษ นายวิบูลย์ แก้วสุวรรณ ปลัดป้องกัน พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้านหัวช้าง ได้บุกเข้าไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 12 ตำบลก้านเหลือง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายทองใบ ผกาแดง อายุ 55 ปี
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งผู้ใหญ่บ้านว่า เมื่อคืนกลางดึก มีเด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านทะเลาะวิวาทกันอย่างแรง พร้อมกับได้มีการยิงปืนใส่คู่อริแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บและเชื่อว่าปืนเถื่อนที่ใช้ยิงอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงขอเจ้าของบ้านเข้าไปตรวจค้น กลับพบยาบ้าซุกซ่อนในตู้เสื้อผ้าห่อใหญ่ แกะออกดูพบยาบ้า จำนวน 5 มัดๆ ละ 10 ซองๆ ละ 200 เม็ด รวม 10,000 เม็ด และขณะรื้อค้นหาต่อ ก็มาพบยาบ้าอีก 6 ซองๆ ละ 200 เม็ด ที่ซุกเอาไว้ในกล่องเครื่องช่าง ใต้ทีวีอีก รวม 1,200 เม็ด รวมพบยาบ้าที่ซุกซ้อนไว้บนบ้าน 11,200 เม็ด
สอบถามเด็กชาย เอ นามสมมุติ อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นหลานของคุณยายทองใบ บอกว่า เมื่อคืนขณะที่มีการทะเลาะวิวาทกัน พี่ชายตน เด็กชาย บี นามมุติ อายุ 16 ปี ได้ฝากให้ตนนำห่อของมาซ่อนไว้บนบ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้จะมีตนกับพี่ชายพักอยู่เพียง 2 คน ส่วนคุณยาย คูณตา พักอยู่อีกหลังหนึ่งซึ่งก็อยู่ติดๆ กัน โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามทราบไหมว่าพี่ชายฝากอะไรมาซ้อน ด.ช.เอ ก็บอกว่าทราบว่าเป็นยาบ้า โดยได้แยกเก็บซุกซ่อนไว้ 2 จุด คือ 1 ในตู้เสื้อผ้า และ 2 คือ ในกล่องเครื่องมือช่างใต้โต๊ะทีวี
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเขตตำบลก้านเหลือง เพื่อที่จะไปนำตัวพี่ชายน้องเอ มาบ้าน แต่ปรากฏว่า ด.ช.บี พี่ชายได้ขอครูออกจากโรงเรียนมาแล้ว โดยไม่ทราบว่าหายไปไหน แต่เชื่อว่าน่าจะรู้ตัวและหลบหนีไปแล้วก็เป็นได้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกติดตาม แต่ขณะนี้ยังไม่พบแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ด.ช.เอ พร้อมคุณยายทองใบ ผญ.บ้านหัวช้าง พร้อมยาบ้าของกลาง 11,200 เม็ด นำมามอบให้ ร้อยตำรวจเอกกฤตพัฒน์ คำศรี ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย ลงบันทึกประจำวัน เชิญนักจิตวิทยา เจ้าหน้าที่คุมครองเด็ก มาร่วมสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ขยายผลต่อไป